เช้าวันนั้น 19 กันยา 49

posted on 19 Sep 2012 19:14 by damansky directory Diary
19 กันยายน 2549 

หนักหัวเป็นบ้า... ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ หลังจากสติสตังค์เริ่มทำงาน พร้อมกับม่านตาที่เปิดออก ภวังค์ที่ครอบงำให้ผมหลับพักผ่อนก็จางหายไป พร้อมกับการตื่นมาเริ่มต้นวันใหม่อีกครั้งในบรรยากาศเช้ามืดเหมือนเช่นเคย
 
ดูนาฬิกาบ่งบอกเวลาหกโมงเช้า หัวยังคงหนักอยู่ คงเพราะฤทธิ์จากการอดหลับอดนอนเล่นเกมส์เมื่อคืน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จำได้ว่าเมื่อคืนนอนตีสอง นี่มาตื่นหกโมงเช้า ได้นอนสี่ชั่วโมงเองเหรอ ถ้าครูวิชาสุขศึกษามารู้เข้า คงเอ็ดตะโรผมซะหนักหน่วง เพราะครูย้ำบอกกับผมเสมอว่าคนเราต้องนอนอย่างน้อยวันละแปดชั่วโมง เหมือนที่ต้องดื่มน้ำวันละแปดแก้ว 
 
ค่อยๆลากตัวเองขึ้นมาจากที่นอน ภาพที่สองตาฉายให้รับรู้ยังเบลอๆ สงสัยขี้ตาจะบัง สติสตังค์ค่อยๆบูทตัวเองขึ้นมา ดีเหมือนกันวันนี้ตื่นได้เอง แม่ไม่ต้องมาปลุก ขี้เกียจฟังเสียงบ่นรายวัน เกาหัวแกรกๆหนึ่งที ถามตัวเองว่าวันนี้วันอะไร มองดูที่ปฏิทินมันบอกว่าวันนี้ 19 กันยา วันอังคารนะครับ
 
ดวงตาเบิกโผลง ขี้ตาหลุดลงพื้นเป็นก้อนๆ... ฉิบหายวันอังคาร วันนี้เรียน รด. นี่หว่า
 
จากที่สะเงาะสะแงะอยากจะอ้อนตัวเองให้กลับไปเอาหัวปักหมอนเหมือนเดิม คราวนี้วิ่งหน้าตั้งไปอาบน้ำแต่งตัวให้ไว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ปกติเวลาไปโรงเรียน ชอบต่อนย้อนเป็นคนเหนือ เนิบนาบกับการคลานไปอาบน้ำ แต่งตัวทีก็ค่อยใส่กระดุมทีละเม็ด กว่าจะรูดเข็มขัดใส่ถุงเท้า รองเท้า ก้าวออกจากบ้าน เผลอๆให้เต่าแต่งตัวไปโรงเรียนยังจะแต่งได้เร็วกว่าอีก คงเพราะเวลาไปโรงเรียน ต่อให้ไปสายขนาดไหน ถ้าไม่สายบ่อยเกินไป ก็แค่เซ็นชื่อมาสาย ถ้าฉิวเฉียดก็หยวนๆให้วิ่งไปเข้าแถว อยากรู้ว่าใครมันจะมาโรงเรียนตั้งแต่เช้า เจ็ดโมงเช้ามานั่งคนเดียวในโรงเรียนเพื่ออะไร 
 
แต่พอเป็นรด. ทำไมต้องรีบก็ไม่รู้ แต่ระหว่างที่อาบน้ำ ภาพในหัวมันหลอกหลอนผม ทั้งครูฝึกที่หิวอะไรได้ตลอดเวลา จึงพยายามหาเรื่องเด็กว่าทำไม่ดีโดนกูแดกแน่ และถ้ามึงมาเข้าแถวรด.ช้า มึงเห็นหนองน้ำนู้นมั้ย แทงปลาไหลมั้ยล่ะมึง ยังมีทั้งเครื่องแต่งกายที่กล้าท้าว่า ใครใส่ครบทุกอย่างเสร็จได้ในห้านาที มึงมาเอาถ้วยแฟนพันธ์แท้ รด. ไปเลย สำหรับเด็กนักเรียนหญิงที่ไม่เคยเรียน รด. อาจไม่เข้าใจ แต่ในขณะที่นักเรียนหญิงเหล่านั้นเสียเวลาครึ่งชั่วโมงกับการถักเปียและติดกิ๊บ กับเด็กรด.หัวเกรียนอย่างเราๆ เสียเวลาไปกับการใส่ชุดรด.ผ้าหนาๆแขนยาวขายาว ตรงแขนเสื้อต้องพับสี่ห้ารอบให้เป็นแขนสั้น (ตอนนั้นได้แต่อยากบอก ศูนย์รด.ว่า มึงก็ทำเสื้อให้เป็นแขนสั้นตั้งแต่แรกเลยซิวะ จะทำแขนยาวมาให้กูพับอีกรอบทำไม) นอกจากเสื้อและกางเกงยังมีรองเท้าบู๊ต ถุงเท้ายาวๆ รวมถึงที่มีสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่า "ซิ่ง" อยู่ด้วย
 
ซึ่งไอ้ซิ่งเนี่ยไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไรในการทำสงคราม รู้แต่ว่ามันเป็นวงเหล็กที่เอาไว้ครอบข้อเท้า เพื่อให้ปลายขากางเกงมันโป่งๆ ซึ่งกว่าจะใส่มันได้ เสียเวลาไปสามชั่วอายุเป็ด
 
ด้วยองค์ประกอบดังกล่าว จึงทำให้รด.เด็กไทยหัวเกรียนคนนี้ ต้องรีบสุดชีวิต เพื่อรักษาชีวิตที่เหลือให้อยู่รอดตลอดวันของการฝึก เมื่ออาบน้ำแต่งตัวด้วยเวลาสถิติรด.เดย์ อยู่ที่ ครึ่งชั่วโมงบวกเศษนิดๆ ก็รีบวิ่งลงมาจากบ้าน เตรียมจะไปสู้กับด่านสุดท้ายอย่างไอ้ซิ่งนรกนั่นแล้ว ก็มีใครบางคนมายืนขวางทางอยู่ นั่นคือแม่ข้าพเจ้านั่นเอง
"จะไปไหน" ประโยคแรกประจำวันนี้ของแม่
"ไปเรียน รด. ซิครับ เนี่ยผมกลัวไปช้าเลยต้องรีบไป"
"ไม่ต้องไปแล้ว" แม่ตอบเรียบๆ
"ทำไมล่ะครับ" 
"เขารัฐประหารตั้งแต่เมื่อคืนน่ะ ไม่รู้หรือไง"
 
อ๋อ ก็แค่รัฐประหารนึกว่าอะไร...
 
หืม...รัฐประหาร
 
รัด-ถะ-ประ-หาน คำสี่พยางค์ ทำผมสตั้นสิบวินาที พอผ่านวินาทีที่สิบเอ็ด ผมอยากจะตบหน้าตัวเองซักที นึกว่าฝันไป 
 
สำหรับความคิดน้อยๆของเด็กม.5 ในวันนั้นก็คือ รัฐประหาร มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาหลายครั้งในประวัติศาสตร์ไทย ที่ทหารจะเอารถถังออกมากินน้ำมันเล่นในเมือง มีการยึดสถานที่สำคัญต่างๆ จับคนในรัฐบาลมาเป็นตัวประกัน ซึ่งเรื่องแบบนี้ ควรจะเป็นแค่อดีตไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมมันยังเกิดขึ้นอีก... ในชั่วชีวิตผม
 
ผมค่อยเดินไปเปิดทีวีดู เพราะจำได้ว่าเวลามีรัฐประหาร หนึ่งในสิ่งที่ต้องทำคือ การยึดสถานีสื่อสารมวลชนประเภทต่างๆ เพื่อจะได้กระจายข่าวการปฏิวัติให้ทราบทั่วกัน ทันทีที่ภาพฉายขึ้น เหมือนวาสนาลูกกะตาผมต้องมาเห็นช็อตนี้อย่างจัง
 
เป็นผู้บัญชาการทั้งห้าหมู่เหล่าสำคัญของชาติ นั่งหน้าง่วงๆ (สงสัยเมื่อคืนจะหนัก) แต่ละคนค่อยๆอ่านประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ทีละคน เพื่อบอกประชาชนว่า พวกเรายึดเมืองได้แล้วนะ ท่านๆก็อยู่ในความสงบ ใช้ชีวิตตามปกตินะจ๊ะ
 
 
ใช้ชีวิตตามปกติน่ะเหรอ ผมเดินกลับไปถามแม่ "แม่ครับ...เขาบอกให้เราใช้ชีวิตตามปกติ งั้นผมก็ต้องไปรด.ตามปกติซิครับ"
 
แม่หันมาตอบ "ถ้าอยากออกไปให้ทหารซ้อมยิงเล่นก็เชิญ"
 
อูย แรง...งั้นไม่ไปแระ
 
----------------------------------
 
ตลอดทั้งวันนั้น ผมไม่ได้ไปไหนเลย ทั้งรด.ตอนเช้ากับโรงเรียนตอนบ่าย ผมได้แต่นั่งดูทีวีที่มีแต่ใครก็ไม่รู้ออกมาประกาศอะไรตั้งมากมายกี่ฉบับ ที่คนอย่างผมไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่คนในทีวียังจะย้ำอยู่นั่นแหล่ะว่า "โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง" ที่ผมทำได้นอกจากนี้คือ การโทรศัพท์ไปถามเพื่อนแต่ละคนว่า สถานการณ์ที่อื่นเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเป็นยุคนี้ผมคงตั้งโพสต์ถามในเฟซบุ๊กไปแล้ว แต่ในช่วงเวลาขณะนั้นที่แม้แต่ไฮไฟว์ ยังต้องรอเปิดตัวในปีถัดมา โทรศัพท์จึงเป็นการสื่อสารที่สะดวกที่สุดสำหรับผม (ปล.ผมไม่เล่นเอ็มเอสเอ็น)
 
"ดีที่มึงยังไม่ออก กูน่ะออกจากบ้านไปแล้วเรียบร้อย" เพื่อนผมคนหนึ่งชื่อนิค เล่าให้ฟัง
"กูเดินออกไปจะถึงหน้าปากซอยอยู่แล้ว เจอทหารสองนายยืนอยู่ ข้างๆเป็นรถฮัมวี่บรรทุกทหาร ตอนแรกกูก็สงสัย เดี๋ยวนี้รด.เขากลัวเด็กโดเรียนขนาดนี้เลยเหรอวะ กูเลยกะจะเดินผ่านทหารไป พอจะเท่านั้นแหล่ะ ทหารถามกูว่า จะไปไหนครับ"

"แล้วมึงตอบว่าอะไร"

"กูก็ตอบตรงๆไปว่า ไปเรียนรด.ครับ ทหารตอบกลับเลย งั้นมึงกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ กลับไปเลยไป๊"

"อ้าว แล้วมึงทำไง"

"กูก็งงดิ กูไปเรียนรด. กูกลับโดนทหารไล่กลับบ้าน กูผิดตรงไหน มารู้ว่าผิดตรงไหน ก็ตอนกลับไปเจอพ่อที่บ้านเนี่ยแหล่ะ"
 
 

ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่งเล่าว่า มันก็เห็นฮัมวี่เหมือนกัน มาจอดหน้าบ้าน มันก็นึกว่าทหารมาอำนวยความสะดวกมารับเด็กรด.ไปเรียน เลยถือวิสาสะเดินขึ้นรถเขาเฉยเลย

"แล้วเขาไม่ว่าอะไรเหรอวะ" ผมชักหวั่นใจ 
"เขาไม่ว่าอะไรหรอก" เพื่อผมทิ้งจังหวะไว้ซักพักนึง 
"แค่เขาชักปืนยาวออกมาเท่านั้นแหล่ะ" เออะ เพื่อนกูแต่ละคน
 
 
สำหรับผมในวันนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมการรัฐประหารยังคงเกิดขึ้นในยุคสมัยของผม ทำไมผมยังเกิดทันภาพรถถังวิ่งไปมาตามท้องถนน มีทหารมายืนคุมตามหัวถนนต่างๆ ทั้งที่มันควรจะเป็นภาพขาวดำสีเปียจางๆอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีได้แล้ว สำหรับผมในวันนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าหลังรถฮัมวี่จอดอย่างมั่นคงในทุกๆปากซอย จะทำให้การเมืองหรือประเทศชาติพัฒนาและพ้นจากปัญหาคาราคาซังเหมือนที่คณะปฏิรูปเขาบอกให้เราฟังอีกครั้งหนึ่งหรือเปล่า รู้แต่ว่าสองอาทิตย์ต่อมา...
 
 
หลังเหตุการณ์กลับมาเป็นปกติ ผมต้องไปเรียนรด.อย่างรีบร้อนเหมือนเดิมในเช้าวันอังคาร จำได้ว่าในวันนั้น ครูฝึกได้แจกกระดาษให้แก่เด็กรด.ทุกคน เพื่อเขียนแสดงความเห็นว่า อยากให้ครูฝึกทำอะไรบ้างเพื่อปรับปรุงการสอนรด.ให้ดีขึ้น
 
ผมเขียนคำตอบหนึ่งลงไป และส่งให้ครูฝึก ไม่รู้ว่าคำตอบนี้จะดีสำหรับใคร สำหรับผม สำหรับเพื่อน หรือสำหรับครูฝึก รู้แค่ว่าเพื่อนรด.แทบทุกคนก็ตอบเหมือนผมเช่นกัน เพราะคำตอบนั้นคือ
 
"อยากให้ทหารรัฐประหารทุกวันอังคาร พวกเราจะได้ไม่ต้องเรียน รด.ครับ"
 
แหะๆ น่าโดนยิงเป้ากันเนอะพวกเรา  

Comment

Comment:

Tweet

@solitudemode ครูฝึกก็ยิ้มแบบมีเลศนัย แล้วบอกว่า "งั้นเธอไปบอกสนธิซิ ระดับสนธิเขาไม่สั่งให้ไปแทงปลาไหลนะ เขายิงเป็นยิงเลยนะ"
@indybastet ล่าสุดไทยติดอันดับรัฐประหาร อันดับสี่ของโลก ประเทศไทยนี่ ถ้าตั้งใจจะลากรถถังออกมาขี่เล่นๆในเมืองนี่ ไม่แพ้ใครในโลกจริงๆ
ถ้าจะรัฐประหารบ่อยขนาดนั้น
ประเทศไทยหรือสนามเด็กเล่น

open-mounthed smile Hot! Hot!

#3 By อิสระรำพัน on 2012-09-21 20:36

หลังจากส่งไปแล้วเป็นไงคะ?question

#2 By Kanya on 2012-09-21 17:25

"อยากให้ทหารรัฐประหารทุกวันอังคาร พวกเราจะได้ไม่ต้องเรียน รด.ครับ"
นั่นไง!!!
big smile sad smile

#1 By ภวังค์ on 2012-09-21 15:25