บล็อกเกอร์เกื้อกูลกัน

posted on 15 Aug 2012 17:16 by damansky
ตั้งแต่โลกเราเข้าสู่ยุค 2.0 ที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาเพื่อสนองความต้องการต่างๆของมนุษย์ เราทุกคนต่างเข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น รวมทั้งสามารถถ่ายทอดความคิดความอ่านของตนได้มากขึ้น

อย่างการกำเนิดเว็บไซต์ ได้ทำให้เกิดนวัตกรรมอื่นๆตามมาเช่น อีเมลล์ ที่ส่งหากันได้รวดเร็วมากขึ้นแทนจดหมาย ชนิดไม่ต้องง้อไปรศนีย์ ต่อมาก็มีโปรแกรมไว้สนทนาผ่านหน้าจอ จำพวกเอ็มเอสเอ็น ส่งข้อความผ่านสายแลน ทะลุขึ้นหน้าจอของอีกฝ่ายหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว หรือการกำเนิดยูทูป เว็บไซต์รวมคลังวิดีโอ มาล่าสุดคือเฟซบุ๊ก สังคมออนไลน์เจ้าต่างๆ รวมทั้งอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ บล็อก คุณๆกำลังเปิดอยู่นี้

นวัตกรรมเหล่านี้เองที่ทำให้คนเราสามารถแสดงอัตลักษณ์หรือตัวตนออกมาได้ง่ายขึ้น เช่น คุณสามารถอัดวิดีโอลงยูทูป ให้ชาวโลกได้เห็น (ถ้าเขาหาเจอนะ) ทำเพจเฟซบุ๊กเพื่อแสดงอุดมการณ์ อย่างเมื่อก่อนจะมีเพจมั่นใจนู้นนี่กี่ล้านคนก็ว่ากันไป หรือแสดงผลงานของตนเช่น บทกวี ภาพวาด หรืองานกราฟฟิคสวยๆต่างๆ และสุดท้ายคือบล็อกที่ทำหน้าที่ไม่ต่างจากเพจเฟซบุ๊กไปเท่าไหร่ เพียงแค่ความนิยมอาจจะน้อยกว่า หรืออาจจะเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจมากกว่า

เราทุกคนพยายามแสดงความเป็นตัวตนผ่านช่องทางเหล่านี้ หวังจะให้คนอื่นมาเข้าชม มาสนใจ ในสิ่งที่ตัวเองแสดงออกมา 

ผมสังเกต(หรือคุณก็สังเกต) อย่างเวลาคุณดูเพจเฟซบุ๊กต่างๆโดยเฉพาะเพจที่ได้รับความนิยมสูง แล้วเพจจำพวกนี้โพสต์อะไรก็ตาม แล้วคอมเมนต์ตามมา หนึ่งในคอมเมนต์ที่คุณต้องเห็นบ่อยๆคือการฝาก...

จะฝากกดไลค์เพจ ฝากกดไลค์รูป ฝากนู้นนี้ที่ตนต้องการให้คนอื่นเข้ามาดู ก็ได้สงสัยว่ามึงเห็นคนอื่นเขาเป็นอะไร เป็นนายธนาคารหรือไง เอะอะจะฝากเขาท่าเดียว ระวังเขาจะทวงดอกเบี้ยก็แล้วกัน 

บางที อย่าว่าแต่ไปเห็นตามเพจเลย ในแมสเสจเรานี่แหล่ะ รุกรานมาถึงที่ มีแมสเสจเด้งขึ้นมา เป็นเพื่อนในเฟซ ที่นานๆทีจะคุยด้วย เราก็คิดว่ามีธุระอะไรสำคัญ พอกดดูเท่านั้นแหล่ะ

ฝากกดไลค์รูปนี้หน่อยค่ะ...

แหม ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิง พ่อจะกด(อันเฟรนด์)กระจาย

คือมันน่าคิดนะครับว่า คนเราต้องการเรียกร้องให้คนอื่นมาสนใจตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ อย่างคนทำเพจเฟซบุ๊กอย่างเนี้ย มีคนกดไลค์ไม่กี่คน แทนที่คุณจะพยายามโพสต์อะไรที่มันสร้างสรรค์ให้คนสนใจจากตรงนั้น คุณกลับไปแปะเพจคุณในเพจคนอื่น แล้วมาทำเป็นากหน่อยนะครับ/นะคะ คือผมว่าทำแบบนี้ มันไม่ก่อผลดีหรอกครับ คนอื่นเห็นบ่อยๆเขาจะพาลรำคาญเอาได้นะครับ

ทีนี้ อาจจะมีคนตั้งคำถามว่า คุณครับ/คะ พวกผมไม่ไปฝากก็ได้ แต่อยากให้คนอื่นเห็นว่าพวกผมทำเพจ/ทำบล็อก/และอื่นๆอยู่นะ จะมีวิธีการที่สร้างสรรค์กว่าการไปฝากแบบโง่ๆอย่างไรให้คนอื่นเขาเห็นและเข้าถึงได้บ้างล่ะ?
...
....
.....

ผมเคยอ่านหนังสือชื่อ นู้นนี่นั่นโน้น ถ้าจำไม่ผิดนะ ตัวผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เคยตั้งข้อสังเกตกับ นักสร้างสรรค์ผลงานในเพจเฟซบุีกก็ดี ในบล็อกก็ดี หรือช่องวิดีโอในยูทูปก็ดีว่า "คนสมัยนี้อยากเผยแพร่ผลงานตัวเอง โดยลืมที่จะใส่ใจคนอื่น"

"เราได้แต่เอางานของเราไปวางไว้ โดยเฝ้ารอว่าจะมีใครเข้ามาอ่าน เข้ามาชม เข้ามาคอมเมนต์ ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ ต่างคนก็จะต่างอยู่แต่ในที่ของตัวเอง ได้แต่รอซึ่งกันและกัน แล้วสุดท้าย ไม่มีใครได้เห็นงานของใคร"

"บางครั้งก็มีการแวะเข้าไปดูบ้าง คอมเมนต์บ้าง แต่หลายครั้งที่คอมเมนต์อย่างไม่ตั้งใจ เช่น คอมเมนต์สั้นๆว่า สวยดี ชอบนะ เจ๋ง ซึ่งเหล่านี้มันเป็นคอมเมนต์ที่ไม่มีคุณภาพ เหมือนต้องการจะเมนต์สั้นๆให้รู้ว่า กูมาเมนต์แล้วนะ มึงมาดูของกูแล้วเมนต์กูกลับบ้าง ทั้งที่การคอมเมนต์ควรจะให้อะไรกับเจ้าของผลงานมากกว่านี้ เช่น ชอบตรงไหนไม่ชอบตรงไหน อยากแนะนำอะไรบ้าง"

"ถ้าเรามัวแต่คิดว่าอยากให้คนอื่นเข้ามาสนใจแต่ตัวเอง แต่คุณไม่เคยออกไปดูงานของคนอื่นอย่างจริงจัง ไม่เคยสนใจว่าโลกภายนอกเขามีแนวความคิดแบบไหน ฝีมือเป็นอย่างไร คุณก็จะเป็นเจ้าของบล็อก/เพจ/ช่องวิดีโอที่ล้มเหลว หรือไม่ก็ร่ำรวยคอมเมนต์ห่วยๆที่หวังแค่ให้ไปดูงานเขาบ้าง"

"ถ้าจะสร้างสรรค์งานในโลก 2.0 คุณต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า คือทำงานตัวเองให้ดี และต้องใส่ใจคนอื่นเขามากๆด้วย"

ทั้งยังเคยเล่าให้ฟังว่า ตัวผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าว เขาไปงานประกวดหนังสั้นของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีทีมเข้าประกวดห้าทีม เมื่อหนังสั้นเรื่องแรกฉาย ก็ยังมีคนดูอยู่เต็ม แต่พอเรื่องแรกจบลง แล้วจะเริ่มเรื่องสอง ปรากฎว่ากลุ่มทีมงานของเรื่องแรกที่เข้ามาดูหนังก็ลุกออกจากที่นั่งไป ต่อมาเมื่อเรื่องสองจบลง คนจากเรื่องสองก็เดินออกไปอีก เป็นอย่างนี้จนถึงเรื่องที่ห้า ผู้คนในโรงหนังก็ประปราย เหลือแต่กลุ่มที่ห้า กับผู้สนใจไม่กี่คน

นี่คือตัวอย่างของการสนใจแต่ตัวเอง คิดแค่ว่าอยากให้คนอื่นสนใจตน แต่พอเป็นงานของคนอื่น ก็ไม่สนใจเสียแล้ว
ดังนั้น หากคุณต้องการคอมเมนต์ดีๆ ความรู้สึกดีๆ คุณไม่ควรรอรับจากคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว หรือไม่ควรร้องขอ(ด้วยการไปฝากหรือเมนต์ไปที)เพียงฝ่ายเดียว

คุณควรใส่ใจกับบล็อกเกอร์อื่นๆและบล็อกอื่นๆของพวกเขาบ้าง เหมือนไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านบ้าง ถ้าคุณหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่หวังให้เพื่อนบ้านมาแคร์คุณ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ 

แล้วผมเชื่อว่าหากคุณยอมเหนื่อยเป็นสองเท่า สละเวลาที่คุณตั้งตารอว่าจะมีใครมาสนใจงานของคุณไปสนใจคนอื่นบ้าง

คุณอาจจะได้อะไรดีๆจากการไปเยี่ยมเยียน เอามาพัฒนาบล็อก/เพจของคุณให้ดียิ่งขึ้น มีสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นเขามากขึ้น และคุณอาจไม่ต้องรอ หรือดิ้นรนไปฝากอะไรกับคนอื่นเขาอีกต่อไป

Comment

Comment:

Tweet

@artiscream  อ๋อครับ พอดีเห็นการวิเคราะห์มีข้อมูล มีหลักการ ดูน่าสนใจดีน่ะครับ
ไม่ใช่ค่ะ อีฟเรียนด้านดนตรี

#8 By Bubble Bleed on 2012-08-16 18:28

@artiscream เริ่มเข้าใจชัดแจ้งแล้วครับ มันเป็นการอยากบอกให้คนอื่นรู้ว่ามีตัวตนแบบเราอยู่ในโลกนี่เอง
ผมสังเกตว่าคุณให้ความเห็นลักษณะเชิงวิเคราะห์จิตใจมนุษย์หลายครั้งแล้ว คุณเรียนด้านจิตวิทยาหรือเปล่าครับ เพราะผมเคยสนใจอยากศึกษาจิตใจมนุษย์อยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับ
อ่านเพลิน
เอายิ้มไป confused smile confused smile confused smile

#6 By ปิยะ99 on 2012-08-16 16:51

อ่านแล้วได้มุมมองอะไรดีๆเยอะเลยค่ะ
แวะเยี่ยมเยือนพร้อมกับหอบเอามิตรภาพดีๆมาฝากกันด้วยค่ะbig smile
Hot! Hot! Hot!

#5 By ณ ปลายทาง. on 2012-08-16 12:41

Hot! Hot! Hot! Hot!
มันเป็นเรื่องของความมีตัวตน
อันที่จริง มนุษย์จะมีตัวตนได้ไม่เกี่ยวกับมีหรือไม่มีกายเนื้อ อีฟขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อความชัดเจนในประเด็นจิตวิเคราะห์นี้
 - อีฟเป็นนักเรียน - เดินเข้าไปในห้องเรียน - ต่อให้เพื่อนในห้อง "เห็น" (กายเนื้อ) เรายังไม่หมายความว่าเรามีตัวตนแล้วนะคะ - เราจะมีตัวตนได้ก็ต่อเมื่อมีใครสักคนในห้องเริ่ม "ทัก" เรา

: การได้คำ "ทัก" นัยหนึ่งคือได้รับการระบุ (Identify) ความมีตัวตนของเรา

แน่นอนในเคสของผู้ที่ยืนท่ามกลางคนแปลกหน้าเดินขวักไขว่ในเมืองใหญ่ก็เฉกเดียวกัน
 ตราบที่ยังไม่ได้รับการIdentify เขาจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ตัวตนในโลกนี้
 นี่เป็นปัญหาของมนุษย์ที่ต้องการมีตัวตน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ใครเกิดเป็นมนุษย์ยังไงก็หนีเรื่องนี้ไม่พ้น
เฉกเดียวกัน การได้ "comment" นัยหนึ่งคือได้รับการระบุความมีตัวตนของเรา

#4 By Bubble Bleed on 2012-08-16 04:36

Hot! ....มีคอนเม้นก็ดีก็ชอบ....แต่ไม่มีก็ไม่ถึงกับเลวร้ายนะ
.
....มีคนอ่านบ้างก็เพลิดเพลินแล้ว 
surprised smile 'bike cool!'

#3 By tawato on 2012-08-16 01:39

เห็นด้วยอย่างแรง!!
คอมเม้นต้องมาจากใจ
เขียนได้โดนมากคะ
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
เทคโนโลยีทำให้เราพัฒนาขึ้น แต่ก็อ่อนแอลงทั้งร่างกายและจิตใจเช่นเดียวกัน ><"
ผมมาเยี่ยมแล้วก็ได้อะไรดีๆ กลับไปจริงๆ ครับ :D

#1 By viewpoints on 2012-08-15 17:22