ปลูก...

posted on 30 Nov 2012 15:48 by damansky directory Diary, Idea
1
เวลาเราปลูกต้นไม้
เราจะสังเกตว่า เราต้องเข้าใจธรรมชาติต้นไม้อย่างมาก
ใช่สักแต่รดน้ำไปทุกวันๆแล้วมันจะโต
มันต้องมีการพรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหาร
 
ต้นไม้แต่ละชนิดชอบน้ำไม่เท่ากัน รดน้ำมากๆกับต้นไม้บางต้น
มันก็ตายได้ เพราะมันกินน้ำไม่เยอะ
 
บางต้นต้องรดทุกวันเช้าเย็น ธรรมชาติต้นไม้ที่เราปลูกเป็นยังไง
เราควรทำความเข้าใจ

2
ที่สำคัญที่สุด ปลูกต้รนไม้ต้องใจเย็นๆกับเขา
ไม่ใช่รด 3 วัน พุ่งชะลูดเป็นลำต้นสูงใหญ่
 
ต้นไม้มันจะค่อยๆเติบโต แผ่กิ่งก้านใบไปเรื่อยๆตามธรรมชาติไปเอง
 
ที่เราทำได้คือหมั่นดูแลเอาใจใส่ 
ช่วยอำนวยความสะดวกให้เขาโตอย่างเต็มที่ 
 
3
ฉันนั้นฉันใด ก็ไม่ต่างอะไรไปกับการเพาะปลูกความสัมพันธ์

เหี้ยรับบาป

posted on 21 Nov 2012 14:19 by damansky directory Idea
จำได้ลางๆว่า กระทรวงอะไรซักอย่างอยากเปลี่ยนสุภาษิต
"รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี" มาเป็น "รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด"
แล้วโดนกระแสสังคมด่า ใช่มั้ย

งั้นวันนี้ผมขอเสนอให้เปลี่ยนสุภาษิตบทหนึ่ง แล้วจะไม่มีใครกล้าแย้ง
คือเปลี่ยนคำว่า "แพะรับบาป" เป็น "เหี้ยรับบาป" เหอะ

เพราะเดี๋ยวนี้แพะไม่ได้ถูกนำมาบูชายัญอย่างเอิกเกริ
แบบในสมัยที่พราหมณ์ยังเฟื่องฟูอีกแล้ว
ในทางกลับกันผมว่า เหี้ย กลายเป็นสัตว์ที่ถูกบูชายัญ
ทางความรู้สึกในเมืองไทยสมัยนี้เป็นอย่างมาก

เหี้ยต้องรับความผิดบางอย่างที่ผมไม่เคยเข้าใจ
ทำไมคนต้องเกลียดต้องกลัวเหี้ย ทั้งที่มันก็อยู่ของมันเฉยๆ
มันออกมาว่ายน้ำในคลอง เดินอาบแดด มันทำอะไรผิด 

เคยมีใครหยุดถามตัวเอง ก่อนที่จะวี้ดว้ายใส่เหี้ย
ที่มันลอยคอขึ้นมาเหนือน้ำมั้ยครับว่า กลัวมันทำไม 

เหี้ยกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความเดือดร้อนที่สุดที่มันทำกับเราได้คือ
ขโมยไก่ไปกินในน้ำ มันไม่ได้เข้ามาถล่มสวนอ้อยแบบช้าง
ไม่ได้กัดขาแบบยุง ไม่ได้ขี้หน้าบ้านแบบหมาข้างบ้านนี่หว่า
มันก็สงบเสงี่ยมอยู่ในท่อน้ำทิ้งของมัน กินซากปลาซากกุ้งไปเรื่อยเปื่อย

แถมแผงหลังของมัน ยังถูกเอาไปใช้ด่าผู้หญิงว่า "ดอกทอง" ซะอีก

ผมไม่กลัวเหี้ย เหี้ยเดินมาในระยะคืบหนึ่งก็เฉยๆ ออกจะชอบเหี้ยด้วยซ้ำ
มันมีความเท่ในบางมุม เวลามองตามัน มันเหมือนอยากจะบอกว่า
"เลิกรังเกียจกูเหอะ หรือถ้ารับไม่ได้จริงๆ เวลากูออกมาจากท่อ
อย่ามายืนมุงกูเลย พอกูเข้ามาใกล้ก็วิ่งหนี อะไรของพวกมึงครับมนุษย์"

มีพี่เคยถามผมว่า คิดยังไงกับเหี้ย ผมบอกว่า "ชอบครับ"

เขาสงสัยว่าทำไม

ผมตอบไปว่า "เพราะมันเหี้ยดีครับ"

46เรื่องที่ไม่ควรทำ แต่ยังทำกันอยู่

1. โทร.หาแฟนเก่าที่เลิกกันไปแล้ว

2. กินข้าวมื้อเย็นตอน 4 ทุ่ม...แล้วบ่นว่าอ้วน

3. บีบสิว

4. หลับทั้งชุดทำงานซะงั้นน่ะ

5. ขับรถฝ่าไฟแดง..ก็แหม มันติดพัน

6. รักคนมีเจ้าของ อ่านะ...มันก็ต้องมีกันบ้าง

7. สูบบุหรี่

8. ไม่แปรงฟัน และไม่อาบน้ำก่อนเข้านอน

9. รับโทรศัพท์ในโรงหนัง..ใครยังทำอยู่เลิกซะ

10. โทร.หาใครอีกคน ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณโทร.หาคนที่อยากคุยด้วยไม่ได้

11. เมา..เพื่อลืมคนรัก

12. เถียงแม่หรือพ่อ..ยังไงซะผู้ใหญ่ก็ถูกเสมอ แต่ก็ขอหน่อยเถอะ

13. แอบส่งสายตาให้แฟนเพื่อน ก็บางทีของๆเพื่อนหล่อจนระงับใจไม่ได้จริงๆ

14. ใส่รองเท้าที่เล็กกว่าเท้า 1 เบอร์ ถึงเจ็บก็ยอม ขอให้สวย

15. พยายามปัดมาสคาร่าให้ตาเด้งกลบเกลื่อนหลังถูกเขาบอกเลิก ร้องออกมาเถอะน่า

16. แคะขี้มูกในที่สาธารณะ

17. ปล่อยให้ยาทาเล็บถลอกคานิ้ว โดยไม่คิดล้างออก

18. ขอยืมเงินแม่ แต่ไม่มีกำหนดคืน

19. ขาใหญ่ แต่อยากใส่สั้น...

20. ยังคงใช้ครีมบำรุงผิวที่หมดอายุไปแล้ว เพราะเสียดาย..ระวังหน้าพังน๊า

21. เกาๆๆๆๆเวลายุงกัด และบางทีก็เหวี่ยงไม้ตียุงอย่างเมามัน ถึงจะบาปยังไงก็เถอะ

22. แอบเอาเสื้อตัวใหม่ที่พี่สาวซื้อมาแล้วยังไม่ได้ใส่ มาใส่ก่อน

23. บอกว่า 'เปล่า' ทั้งที่ในใจมีอะไรจะระเบิดเต็มที่

24. กลับไปถึงบ้านแล้วนั่งแช่มันอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมลุกไปทำอะไรสักที

25. ใส่กางเกงยีนส์ซ้ำ 4 วันติดๆๆกัน

26. โทร.บอกเลิกนัดตอนถึงเวลานัด

27. เม้าท์เพื่อน

28. โทร.ผัดผ่อนชำระบัตรเครดิต ตอนเลยกำหนดไปแล้วหลายวัน (มันไม่ช่วยไรนะ)

29. จอดรถในที่ห้ามจอด..ระวังละกัน

30. หน้าอกไม่มี แล้วใส่เสื้อในเสริมไร้สายทับด้วยสายเดี่ยวรัดรูป หน้าอกเป็นกระเปาะ

31. ทิ้งแก้วกาแฟไว้ที่โต๊ะทำงาน แล้วใช้ต่อโดยไม่ล้างในวันถัดไป

32. คุยโทรศัพท์ระหว่างนั่งถ่ายท้องในห้องน้ำสาธารณะ

33. กลั้นอึตอนออกจากบ้าน อ้างว่าขี้เกียจ แล้วต้องมาอดทนทีหลัง

34. กินหนังไก่ทอด คอหมูย่าง เนื้อติดมัน กากหมู แหนมสด มาม่าแห้ง

35. เอาลิ้นดุนๆเศษอาหารที่ติดฟันในเดทแรก..มันทนไม่ได้จริงๆ

36. 'ลดอีกบาทน่ะเฮีย..' บาทนึงก็ยังขอต่อหน่อยเถอะ

37. รู้มานานว่าเราเท้าบาน แต่ยังใส่รองเท้าเปลือย

38. ทำเป็นหลับบนรถเมล์ เวลามีเด็กนักเรียนขึ้นมา

39 เถียงกับตำรวจจราจรกลางถนน...เฮ่อ เถียงไงก็ต้องจ่าย จะมากจะน้อยก็จ่าย

40. แอบดึงกางเกงในออกจากร่องก้นในที่สาธารณะ

41. ออกเดทกับคนที่คุณไม่ชอบ เพราะหวังว่าเขาจะชอบขึ้นมาสักวัน

42. ซื้อไว้ก่อน ก็มัน SALE นี่นา

43. ไม่มีตังค์..ก็รูดบัตรเครดิตไปก่อน

44. โกนขนรักแร้...รู้กันอยู่ว่าเวลามันขึ้นใหม่จะเป็นตอ

45. โทร.หาคนที่แอบปิ๊ง...เวลาเมา

46. ตื่นสาย..ไปทำงานสาย...เข้าประชุมสาย!!

คาดว่า ของแบบนี้ อาจมีภาคสอง...

 

 
1
รู้สึกตะขิดตะขวงใจทุกครั้ง เวลาที่เห็นถังขยะสีเหลือง-เขียววางคู่กันตามท้องถนนในกรุงเทพฯ

ถังขยะสองสีนี้ เขาแยกออกเป็นสองสี ไม่ใช่เพราะเอาสวยงาม แต่เขาอยากเพื่อให้เราทิ้งขยะแต่ละประเภทลงในถังขยะแต่ละถัง โดยไม่ปนกัน

เรียกง่ายๆว่าการแยกขยะก่อนทิ้งนั่นเอง

ฟังดูเป็นเรื่องพื้นๆมาก หลายๆคนรับรู้กันมานานแล้ว ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะอันตราย ไม่ควรทิ้งรวมกัน ต้องแยกขยะเพื่อความสะดวกในการนำไปทำลาย

เรื่องง่ายๆ แต่ถามว่าความจริงที่ผมเห็นในถังขยะทั่วกรุงฯ ทุกวันนี้คืออะไร

จะหาถังขยะที่มีแต่ขยะถูกประเภทลงไปกองก้นถัง มันยากพอๆกับถูกเลขท้ายสามตัวซักงวด

ทั้งขยะจะมีกี่สี ก็ไม่มีความหมาย เมื่อมันมาตั้งอยู่ในประเทศไทย ผมยังเห็นแต่ละคนทิ้งขยะแบบส่งเดช มีถัง มีขยะ ก็ทิ้งๆ ไปเหอะ

เพราะคนจัดการขยะไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เธอ ต้องคนนู้น พนักงานเก็บขยะ ขับรถเหลืองคันใหญ่ มาเก็บขยะตอนตีห้า 

หน้าที่เขา ก็ให้เขาทำไปซิ

อย่าว่าแต่ทิ้งขยะให้ถูกถังเลย ถังขยะบางถัง ยังเปรียบเสมือนสิ่งสักการะ ที่ไม่มีใครกล้าใช้ เพราะด้านในสะอาดยังกับไม่เคยผ่านความสกปรกมาก่อน แต่รอบๆถังนี่ซิ... ขยะไปกองๆสุม ยังกับของเซ่นไหว้ถังขยะ

แล้วจะมีถังขยะไว้ทำข้อศอกหมาอะไรล่ะครับ คุณผู้อ่าน

-------------------------------------------------
 
2
หากใครยังนึกภาพไม่ออกว่า เห้ย คนเรา (โดยเฉพาะคนสัญชาติไทย) มันจะชุ่ยได้ขนาดนี้เลยเหรอ ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นบ่อยที่สุดครับ

เวลาเราไปซื้อน้ำบรรจุขวด ไม่ว่าจะซื้อจากร้านโชห่วย หรือร้านสะดวกซื้อ เอาเป็นว่าแหล่งที่มาไม่สำคัญ มันสำคัญที่ว่า น้ำขวดพวกนี้ ตรงฝาเปิดมันจะมีพลาสติกซีนเอาไว้ หากจะดื่มต้องแกะพลาสติกพวกนี้ออกก่อน

เชื่อเถอะว่า ไม่ถึงครึ่งหรอกครับ ที่แกะพลาสติกออกมา แล้วเวลามันร่วงลงพื้น คนแกะจะเก็บมันขึ้นมา

ส่วนใหญ่ แม่งก็ปล่อยเลยตามเลย หล่นก็ช่างมัน ขี้เกียจก้ม เดี๋ยวคนกวาดขยะก็มากวาดเองแหล่ะ

ส่วนไม่ถึงครึ่งที่ว่า ซึ่งยังขยำพลาสติกนั่นไว้กับมือ ต่อให้เดินไปถึงถังขยะแล้ว ก็ไม่ถึงครึ่งอีกแหล่ะ ที่มันจะโยนพลาสติกนี้ลงถัง

เพราะเหมือนมีเวทย์อะไรซักอย่างดลใจ ให้คนเหล่านี้โยนพลาสติกไม่ลงถัง ทั้งที่ถังมันอยู่ใกล้มือมาก ชนิดที่ว่า ถ้าถังเป็นงูพิษซักตัว มันฉกมึงตายไปนานแล้ว

แล้วเวลาพลาสสิกหล่นลงข้างๆถัง ถามว่าจะก้มลงไปเก็บมั้ย กรุณากลับไปอ่านเคสแรกสุด

หรือถ้ามันลงถัง ถามว่าควรดีใจได้หรือยัง ยังครับ เพราะต่อให้ลงถัง มันก็โยนลงถังผิดประเภท! 

แล้วเผลอๆ พอดื่มน้ำเสร็จ ขวดน้ำ ฝาน้ำ และอื่นๆ ก็จะโยนลงถังตามไป โดยที่อาจจะไม่รู้ว่า มันต้องแยกถังขนะแห้ง-เปียกหรือเปล่า

ไม่นับขยะชิ้นอื่นๆ ประเภทอื่นๆด้วยนะนั่น

-------------------------------------------------

3
เห้ย! ไอ้การจะทิ้งขยะให้ถูกถัง แยกขยะก่อนทิ้ง มันยากตรงไหนอ่ะ
 
ขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะอันตราย มันเข้าใจยากตรงไหน มันต้องเสียพลังงานเพื่อค่อยๆ โยนขยะแต่ละชนิดลงทีละถังมากขนาดไหน ถึงทำกันไม่ได้

ผมเห็นแทบทุคนอ่ะ ในมือมีอะไรบ้างไม่รู้ ที่รู้คือมาถึงกูโยนๆลงถังจบ แล้วก็เดินจากไปไม่ใยดี

อาจเป็นเพราะคุณมองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของคุณใช่มั้ย เป็นเรื่องของคนกวาดขยะ รถเก็บขยะใช่มั้ย

งั้นลองนึกดีๆ บ้านอื่นเมืองอื่น คุณเคยเห็นพนักงานเก็บขยะเหล่านี้บ้างมั้ย หรือพนักงานกวาดขยะคุณเคยเห็นบ้างมั้ย

คำตอบคือ ในสหภาพยุโรป เขาจะให้บ้านแต่ละหลังเก็บกวาดหน้าบ้านด้วยตัวเอง จะไม่มีการจ้างพนักงานกวาดขยะ

ซึ่งแต่ละคนก็รู้หน้าที่ของตัวเอง เก็บกวาดหน้าบ้านตัวเอง ทำให้รู้ว่า ไม่ควรเอาขยะไปโยนทิ้งลงพื้นสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะหากมีใครมาทำอย่างนี้หน้าบ้านเรา มันก็ไม่ดี

ส่วนขยะ หากเป็นขยะถุงใหญ่ คุณต้องเอาไปทิ้งเอง และเสียตังค์ ณ ที่ทิ้งด้วยตัวเอง! ส่วนที่เมืองไทย แค่คุณเอามาแขวนไว้หน้าบ้าน ก็มีราชรถมาขนให้ถึงที่

นี่คือความต่างคร่าวๆ ของเส้นขนานระหว่าง ประเทศพัฒนา กับประเทศกำลังพัฒนา

-------------------------------------------------

4
ทีนี้ ผมมาเล่าถึงผลกระทบที่ใกล้ตัวเราหน่อยล่ะกัน

ช่วงหลังๆนี้ มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ว่าขยะกำลังล้นเมืองอยู่ เพราะขยะที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ที่ฝังกลบยังมีอยู่เท่าเดิม รวมทั้งระบบการจัดการขยะของบ้านเรา เป็นแบบเปิด

ซึ่งหมายถึง ไม่มีการควบคุม ทำให้ขยะที่มากกว่าพื้นที่ผังกลบ ก่อให้เกิดปั